ในการประเมินผลงานที่จะเผยแพร่ในระบบเผยแพร่ผลงานวิชาการ กองบรรณาธิการจะแต่งตั้งผู้ประเมินผลงานเพื่อพิจารณาคุณภาพของผลงานทางวิชาการทุกเรื่อง อย่างน้อย 2 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชานั้น ๆ หรือใกล้เคียงกับเนื้อหาของผลงานทางวิชาการ อีกทั้งจะต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้แต่งผลงานทางวิชาการนั้น
การประเมินดำเนินการในรูปแบบ double blinded คือ มีการปกปิดชื่อของผู้แต่งผลงานทางวิชาการแก่ผู้ประเมินผลงาน และผู้เขียนจะไม่ทราบชื่อของผู้ประเมินผลงานที่ได้รับมอบหมายให้ประเมินผลงานทางวิชาการนั้น ๆ
ผลการประเมินมี 4 แบบ คือ 1) ยอมรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ 2) ขอให้มีการแก้ไข 3) ส่งใหม่เพื่อประเมินอีกครั้ง 4) ปฏิเสธการรับเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ดังนั้น เพื่อให้การเผยแพร่และสื่อสารผลงานทางวิชาการเป็นไปอย่างถูกต้อง จึงได้กำหนดจริยธรรมของการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานไว้สำหรับการดำเนินงานของระบบ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามหลักการและมาตรฐานด้านจริยธรรมในการตีพิมพ์อย่างเคร่งครัด ตามบทบาทหน้าที่ ดังนี้
บทบาทหน้าที่ของบรรณาธิการ (Editor Ethics)
- พิจารณาและตรวจสอบเนื้อหาของผลงานที่ส่งมาเพื่อเข้ารับการพิจารณาเผยแพร่ในระบบเผยแพร่ผลงานวิชาการทุกเรื่อง โดยพิจารณาเนื้อหาผลงานทางวิชาการที่สอดคล้องกับเป้าหมายและขอบเขตของระบบ
- กำหนดผู้ประเมินผลงานอย่างน้อย 2–3 ท่าน โดยเลือกให้สอดคล้องกับเนื้อหาผลงานทางวิชาการที่ส่งเข้าเพื่อรับการเผยแพร่
- ตรวจสอบคุณภาพผลงานทางวิชาการในทุกกระบวนการประเมิน และคุณภาพผลงานทางวิชาการก่อนการเผยแพร่
- พิจารณาผลงานทางวิชาการทุกครั้งโดยปราศจากอคติที่มีต่อผลงานทางวิชาการและผู้แต่ง ในด้านเชื้อชาติ เพศ ศาสนา วัฒนธรรม การเมือง และสังกัดของผู้เขียน
- บรรณาธิการ/ผู้ดูแลระบบ ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้แต่งหรือผู้ประเมินผลงาน และไม่นำผลงานทางวิชาการไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจ รวมไปถึงนำไปเป็นผลงานทางวิชาการของตนเอง
- บรรณาธิการจะต้องไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาผลงานทางวิชาการที่ผู้แต่งได้ส่งมายังระบบ และผลประเมินของผู้ประเมินผลงาน รวมถึงไม่ปิดกั้นหรือแทรกแซงข้อมูลที่ใช้แลกเปลี่ยนระหว่างผู้ประเมินผลงานและผู้เขียน
- บรรณาธิการต้องปฏิบัติตามกระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ของระบบเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างเคร่งครัด
บทบาทหน้าที่ของผู้ประเมินผลงาน (Reviewer Ethics)
- ผู้ประเมินผลงานจะต้องคำนึงถึงคุณภาพผลงานทางวิชาการเป็นหลัก พิจารณาผลงานทางวิชาการภายใต้หลักการและเหตุผลทางวิชาการโดยปราศจากอคติหรือความคิดเห็นส่วนตัว และจะต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้แต่ง
- ผู้ประเมินผลงานจะต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์ หรือผลกำไรจากผลงานทางวิชาการที่ตนเองได้รับมอบหมายให้ทำการประเมิน
- ผู้ประเมินผลงานต้องตระหนักรู้ว่า ตนเองมีความรู้ ความเข้าใจ และความเชี่ยวชาญในเนื้อหาของผลงานวิชาการที่ได้รับมอบหมายให้ทำการประเมินอย่างแท้จริง
- หากผู้ประเมินผลงานพิจารณาตรวจสอบแล้วพบว่าผลงานทางวิชาการที่รับมอบหมายให้ประเมินนั้นเป็นผลงานที่คัดลอกผลงานชิ้นอื่น ๆ หรือมีเนื้อหาใกล้เคียงกับผลงานอื่น ๆ ผู้ประเมินผลงานต้องแจ้งให้บรรณาธิการทราบทันทีเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนการเผยแพร่
- ผู้ประเมินผลงานต้องรักษาระยะเวลาประเมินตามกรอบเวลาที่กำหนด รวมถึงไม่เปิดเผยข้อมูลของผลงานทางวิชาการให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้
บทบาทหน้าที่ของผู้แต่ง (Author Ethics)
- ผลงานวิชาการที่ผู้แต่งส่งมาเพื่อพิจารณาเผยแพร่ในระบบเผยแพร่ผลงานวิชาการ จะต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยได้รับการเผยแพร่มาก่อน และผู้แต่งจะต้องแน่ใจว่าผลงานดังกล่าวไม่ได้คัดลอกหรือทำซ้ำผลงานของบุคคลอื่น
- ผู้แต่งจะต้องอ้างอิงผลงานของผู้อื่น หากมีการนำผลงานหรือข้อความใด ๆ มาใช้ในผลงานของตนเอง และจัดทำรายการเอกสารอ้างอิงไว้ท้ายผลงานทางวิชาการ
- ผู้แต่งจะต้องตรวจสอบการเขียนบทความวิชาการหรือบทความวิจัย ให้ถูกต้องตามรูปแบบและประเภทที่ระบบเผยแพร่ผลงานวิชาการกำหนดไว้
- รายนามของผู้แต่งทั้งหมดที่ปรากฏในผลงานทางวิชาการ ทุกคนต้องเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการดำเนินการวิจัยจริง
- ผู้แต่งจะต้องยินยอมโอนลิขสิทธิ์ให้แก่ระบบเผยแพร่ผลงานวิชาการก่อนการเผยแพร่
- หากผลงานวิชาการดังกล่าวมีการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ทดลอง ผู้แต่งจะต้องแนบหนังสือรับรองที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการวิจัยในมนุษย์หรือสัตว์ทดลองจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ หรือคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการใช้สัตว์ทดลอง แล้วแต่กรณี และระบุหมายเลขหรือรหัสการรับรองลงในเนื้อหาในส่วนของ “การพิจารณาด้านจริยธรรม”